นิยาม
posted on 21 Sep 2010 14:09 by thaitamบรรจุภัณฑ์เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ที่ใช้ในการบรรจุสินค้าในการจัดจำหน่ายเพื่อสนองความต้องการของผู้ซื้อและผู้บริโภคด้วยต้นทุนที่เหมาะสม
(ปุ่นและสมพร ,2541)
บรรจุภัณฑ์เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ที่ใช้ในการบรรจุสินค้าในการจัดจำหน่ายเพื่อสนองความต้องการของผู้ซื้อและผู้บริโภคด้วยต้นทุนที่เหมาะสม
(ปุ่นและสมพร ,2541)
1. ป้องกันและรักษาคุณภาพของสินค้าหรืออาหาร ทั้งในระหว่างการขนส่งและการเก็บ ทั้งนี้โดย ป้องกันการปนเปื้อนจากฝุ่นละออง และแมลง ป้องกันการเสื่อมเสียของสินค้าหรืออาหารที่เกิดจากสภาพแวดล้อม เช่น ความชื้น ความร้อน แสงแดด (อุลตราไวโอเลต) และจุลินทรีย์ ช่วยรักษากลิ่น รส และส่วนผสมต่างๆ ของอาหารให้อยู่สภาพที่เหมือนเดิมมากที่สุด นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันการปลอมปนของสินค้าอีกด้วย
2. ให้ความสะดวกในการขนส่งขนถ่าย เก็บรักษาและการจำหน่าย ทำให้สามารถขนส่งและเคลื่อนย้ายผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตไปสู่ผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็วและประหยัดค่าใช้จ่าย ผลิตภัณฑ์บางประเภทจะขนส่งไม่ได้เลยหรือทำได้ลำบากมาก ถ้าไม่ได้รับการบรรจุก่อน เช่น เครื่องดื่ม เมล็ดธัญญพืช เป็นต้น นอกจากนี้ภาชนะบรรจุยังช่วยให้ความสะดวกในการใช้อีกด้วย เช่น ขวดน้ำปลา ซึ่งมีรูเล็กๆ ที่จุก ทำให้เทน้ำปลาได้ง่าย
3. ช่วยสื่อความหมาย ภาชนะบรรจุทำหน้าที่เป็นตัวกลางให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่บรรจุภายใน ให้ผู้บริโภคทราบ เช่น ยี่ห้อ ชื่ออาหาร ส่วนผสม วิธีรับประทาน อายุการเก็บ คำเตือน และชื่อผู้ผลิต เป็นต้น
4. ส่งเสริมการขาย เนื่องจากภาชนะบรรจุ เป็นสิ่งที่ผู้ซื้อมองเห็นก่อนตัวผลิตภัณฑ์ที่บรรจุอยู่ข้างใน ดังนั้นการออกแบบภาชนะบรรจุให้มีรูปร่าง มีรูปภาพหรือลวดลายที่สวยงามสะดุดตา จะช่วยกระตุ้นให้ผู้ซื้อเกิดความสนใจ ความต้องการ และความมั่นใจที่จะซื้อสินค้าและผลิตภัณฑ์มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในลักษณะการขายแบบช่วยตัวเองในห้างสรรพสินค้าหรือซุปเปอร์มาร์เก็ตต่างๆ ภาชนะบรรจุที่วางเรียงรายบนชั้นวางขายจะทำหน้าที่เสมือนพนักงานขายที่พูดไม่ได้ (silent salesman) ให้กับผลิตภัณฑ์
เพราะโลหะสามารถป้องกันการซึมผ่านของก๊าซ ความชื้น และแสงได้ 100 เปอร์เซ็นต์ แม้ว่าความนิยมในตลาดจะเปลี่ยนไปเป็นวัสดุอื่นในการรักษาคุณภาพอาหาร เช่น การแช่แข็งหรือวิธีอื่นๆก็ตาม กระป๋องโลหะก็ยังคงมีบทบาทสำคัญ เนื่องจากสามารถเก็บรักษาถนอมอาหารไว้ได้นานถึง 2 ปี คุณลักษณะพิเศษอื่นที่มีเช่น ความแข็งแรง ความทนต่อการพับงอ และสามารถพับขึ้นรูปได้ตามต้องการรวมทั้งสามารถออกแบบ กราฟิกให้ดึงดูดความสนใจได้ดี แต่มีข้อเสีย คือ น้ำหนักมาก

http://www.vcharkarn.com/varticle/40360
มี 3 ชนิด คือ
1. แผ่นเหล็กเคลือบดีบุก (tin plate) หรือที่เรียกว่าเหล็กวิลาส
3. แผ่นอลูมิเนียม

กระป๋องชนิดนี้ทำจากแผ่นเหล็กเคลือบดีบุกหรือแผ่นเหล็กเคลือบ โครเมี่ยม หรือแผ่นอลูมิเนียม แล้วนำมาเคลือบแลคเกอร์ที่ผิวอีกชั้นหนึ่ง เพื่อป้องกันมิให้คุณภาพของอาหารเสียไปเหมาะสำหรับบรรจุอาหารที่ทำปฏิกิริยากับดีบุกหรือเหล็กแล้วทำให้คุณภาพอาหารเสียไป ใช้บรรจุอาหารจำพวกเนื้อสัตว์และปลาที่มีสารประกอบของกำมะถันอยู่ในปริมาณที่สูง เช่น ผลิตภัณฑ์ อาหารทะเลหรือผักบางชนิด รวมทั้งผักหรือผลไม้ที่มีสี และอาหารที่มีฤทธิ์เป็นกรดค่อนข้างสูง เช่น ผลไม้บางชนิด นอกจากนี้อาหารบางชนิดที่มีการเติมสารฟอกสี พวกโซเดียมเมตตาไบซัลไฟท์ จำเป็นต้องบรรจุในกระป๋องเคลือบแลคเกอร์ เช่น เห็ด หน่อไม้ หน่อไม้ฝรั่ง ฯลฯ ทั้งนี้เนื่องจากเมื่อกำมะถันทำปฏิกิริยากับดีบุกที่เคลือบกระป๋องทำให้เกิดรอยดำ แม้ว่าบริโภคแล้วจะไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย แต่ไม่เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคในการเลือกใช้กระป๋องเคลือบแลคเกอร์ ผู้ผลิตต้องเลือกใช้ชนิดของแลคเกอร์ให้เหมาะสมกับอาหารแต่ละชนิดด้วย
ถึงแม้การใช้แผ่นเหล็กทำภาชนะบรรจุจะมีความก้าวหน้ามากก็ยังมีผู้สนใจที่จะหาภาชนะบรรจุจากโลหะอื่นๆ อีก โลหะที่ได้รับความสนใจมากคือ อลูมิเนียมมีคุณสมบัติทนต่อการกัดกร่อนของกรดและมีน้ำหนักเบา กระป๋องอลูมิเนียมที่ใช้บรรจุอาหารก็มี เช่น ปลากระป๋อง เครื่องดื่ม นมผง ฯลฯ กระป๋องอลูมิเนียมเกือบทุกชนิดเป็นแบบที่ใช้ความสะดวกในการเปิด เช่น มีแหวนสำหรับเปิดฝาออก หรือเปิดขอบข้างริมตะเข็บ
เป็นภาชนะบรรจุที่ทำจากวัสดุ 2 ชนิด คือ ตัวกระป๋องทำด้วยกระดาษแข็ง แต่ฝาทำด้วยโลหะหรือพลาสติก ตัวทำด้วยกระดาษแข็ง โดยปกติทำด้วยกระดาษกราฟ เมื่อม้วนตัวกระดาษแข็งเรียบร้อย แล้วก็บุทับอีกทีหนึ่ง สิ่งที่ใช้บุอาจทำด้วย Panchment paper กระดาษชุบเทียน แผ่นอลูมิเนียม glassine หรือกระดาษชุบ โพลิเอทิลีน ฝาอาจจะทำเป็นแบบครอบหรือสวม หรืออาจทำเป็นตะเข็บคู่ กระป๋องแบบนี้มีลักษณะที่ดีกว่ากระป๋องโลหะ เพราะสามารถทำลายได้ง่าย ในปัจจุบันกระป๋องแบบนี้ใช้บรรจุอาหารจำพวก มันฝรั่งทอดกรอบ (potato chip) ถั่วอบ หรืออาหารแห้งอื่นๆ เป็นต้น

http://www.doae.go.th/Library/html/detail/big/big9.htm

อาหารกระป๋องจะผ่านขบวนการฆ่าเชื้อหลังการปิดผนึกเรียบร้อยแล้ว โดยใส่ในหม้อฆ่าเชื้อที่มีความดันสูง และใช้ความร้อนถึง 250 องค์ศาฟาเลนไฮด์ เป็นระยะเวลานาน 30 ถึง 90 นาที ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของอาหาร วิธีการฆ่าเชื้อนี้จะฆ่าจุลินทรีย์ภายในกระป๋อง ดังนั้นอาหารจึงถูกถนอมไว้ได้นานอาจจะถึงสองปี ในอนาคตอันไม่ไกล การเชื่อมตะเข็บข้างกระป๋องจะใช้แสงเลเซอร์แทนไฟฟ้า (lazer welding) ซึ่งจะเป็นเทคโนโลยีก้าวใหม่ที่เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต โดยสามารถเชื่อมผ่านผิวแลคเกอร์และผ่านเหล็กเคลือบโครเมี่ยมได้


edit @ 14 Sep 2010 11:04:34 by thaitam